ตอ เต่า*0*

posted on 14 Mar 2009 23:14 by soda11

เต่า (อังกฤษ: Turtle) คือ สัตว์จำพวกหนึ่งในอันดับ (Order) Chelonia จัดอยู่ในจำพวกสัตว์เลือดเย็น และเป็น สัตว์เลื้อยคลานด้วย ซึ่งเต่านั้นถือเป็นสัตว์ที่มีอายุยืนมากที่สุดชนิดหนึ่ง โดยเต่าจะมีกระดูกที่แข็งคลุมบริเวณหลังที่เรียกว่า "กระดอง" ซึ่งประกอบด้วยแคลเซียมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะสามารถหดหัว ขา และหางเข้าในกระดองเพื่อป้องกันตัวได้ แต่เต่าบางชนิดก็ไม่อาจจะทำได้

โดยมากแล้ว เต่า เป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวและเคลื่อนที่ได้ช้า อาศัยและใช้ช่วงชีวิตหนึ่งอยู่ในน้ำ ซึ่งมีอาศัยทั้งน้ำจืด และทะเล แต่เต่าบางชนิดก็ไม่ต้องอาศัยน้ำเลย เรียกว่า "เต่าบก" ซึ่งเต่าบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือ เต่ายักษ์อัลดาบร้า (Geochelone gigantica) ที่อาศัยอยู่ตามหมู่เกาะในทวีปแอฟริกา ในขณะที่เต่าน้ำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือ เต่าอัลลิเกเตอร์ (Macrochelys temminckii) อาศัยอยู่ตามหนองน้ำในทวีปอเมริกาเหนือ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 เต่าทะเล

เป็นเต่าจำพวกหนึ่งที่ทั้งชีวิตอาศัยอยู่แต่ในทะเลเพียงอย่างเดียว จะขึ้นมาบนบกก็เพียงแค่วางไข่เท่านั้น โดยที่เท้าทั้งสี่ข้างพัฒนาให้เป็นอวัยวะคล้ายครีบ ซึ่งเต่าทะเลทั่วโลกปัจจุบันมีทั้งหมด 8 ชนิด (Species) ใน 2 วงศ์ (Family) 5 สกุล (Genus) ได้แก่ เต่ากระ (Eretmochelys imbricata) , เต่าตนุ (Chelonia mydas) , เต่าตนุหลังแบน (Natator depressus) , เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea) , เต่าหัวค้อน (Caretta caretta) , เต่าหญ้า (Lepidochelys olivacea) , เต่าหญ้าแอตแลนติก (Lepidochelys kempii) โดยที่เต่ามะเฟืองเป็นเต่าทะเลและเป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

 อาหารของเต่า

เต่า กินอาหารได้ทั้ง พืช และสัตว์ โดยเต่าบางชนิดก็จะกินแต่เฉพาะสัตว์ เช่น เต่าอัลลิเกเตอร์, เต่าสเน็ปปิ้ง (Chelydra serpentina) , เต่าปูลู (Platysternon megacephalum) เป็นต้น

 ตะพาบ

ตะพาบ หรือ ตะพาบน้ำ (ภาษาอังกฤษ Soft-shelled turtle) เป็นเต่าจำพวกหนึ่ง อยู่ในวงศ์ Trionychidae ลักษณะโดยทั่วไปมีลำตัวแบน จมูกแหลม กระดองอ่อนนิ่ม มีกระดองหลังค่อนบ้างเรียบแบน กระดองมีลักษณะเป็นหนังที่ค่อนข้างแข็งเฉพาะในส่วนกลางกระดอง แต่บริเวณขอบจะมีลักษณะนิ่มแผ่นกระดองจะปราศจากแผ่นแข็งหรือรอยต่อ ซึ่งแตกต่างจากกระดองของเต่าอย่างสิ้นเชิง กระดองส่วนท้องหุ้มด้วยผิวหนังเรียบ มีส่วนที่เป็นกระดูกน้อยมาก กระดองจะมีรูปร่างกลมเมื่อ ยังมีขนาดเล็ก และจะรีขึ้นเล็กน้อยเมื่อโตเต็มวัยตั้งแต่คอส่วนบนไปจรดขอบกระดองจะมีตุ่มแข็งเล็ก ๆ ขึ้นอยู่ ส่วนหัวมีขนาดใหญ่ คอเรียวยาวและสามารถเอี้ยวกลับมาด้านข้าง ๆ ได้ มีจมูกค่อนข้างยาวแต่มีขนาดเล็กและส่วนปลายจมูกอ่อน ตามีขนาดเล็กโปนออกมาจากส่วนหัวอย่างเห็นได้ชัด มีฟัน ขากรรไกรแข็งแรงและคม มีหนังหุ้มกระดูกคล้ายริมฝีปาก ขาทั้งสี่แผ่กว้างที่นิ้วจะมีพังพืดเชือมติดต่อกันแบบใบพายอย่างสมบูรณ์ มีเล็บเพียง 3 นิ้ว และมีหางสั้น

มักอาศัยอยู่ในน้ำมากกว่าบนบก โดยตะพาบสามารถกบดานอยู่ใต้น้ำได้นานกว่าเต่า แม้จะหายใจด้วยปอด แต่เมื่ออยู่ในน้ำ ตะพาบจะใช้อวัยวะพิเศษช่วยหายใจเหมือนปลา เรียกว่า rasculavpharyngcal capacity ตะพาบชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกและสวยที่สุดในโลกคือ ตะพาบม่านลายไทย (Chitra chitra) [1] ที่พบในแหล่งน้ำพรมแดนไทยกับพม่า แต่ก็มีเต่าอยู่ชนิดหนึ่งที่ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่แบ่งแยกชัดเจนว่าเป็นเต่าหรือตะพาบ คือ เต่าจมูกหมู หรือที่เรียกกันในวงการปลาสวยงามว่า เต่าบิน (Carettochelys insculpta) พบที่ทวีปออสเตรเลียตอนเหนือ ปาปัวนิวกินี

ตะพาบโดยมากแล้วจะมีนิสัยดุกว่าเต่า เป็นสัตว์ที่ชอบกินเนื้อมากกว่ากินพืช ในประเทศไทยพบได้ในหนองน้ำและแหล่งน้ำจืดทั่วประเทศ ภาษาอีสานเรียกว่า กริว, ปลาฝา หรือ จมูกหลอด เป็นต้น

เต่ากับมนุษย์

โดยปกติแล้ว มนุษย์จะไม่ใช้เนื้อเต่าหรือไข่เต่าเป็นอาหาร แต่ก็มีบางพื้นที่หรือคนบางกลุ่มที่นิยมบริโภคเนื้อเต่าหรือเนื้อตะพาบ โดยเชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงกำลัง เช่น ตะพาบน้ำตุ๋นยาจีน เป็นต้น โดยความเชื่อทั่วไปแล้ว เต่า ถือเป็นสัตว์ที่มีอายุยืน คนไทยจึงมีความเชื่อว่าหากได้ปล่อยเต่าจะเป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เชื่อต่ออายุให้ยืนยาว ดังนั้น จึงมักเห็นเต่าหรือตะพาบตามแหล่งน้ำในวัดบางแห่งเสมอ ๆ ในประเทศจีน หลักฐานทางโบราณคดี พบว่า สมัยราชวงศ์เซี่ยและราชวงศ์ซาง กระดองเต่า ถูกใช้เป็นเครื่องทำนายทางโหราศาสตร์ ในทางไสยศาสตร์ของไทย มีการใช้เต่าเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น ยันต์เต่าเลือน เป็นต้น

เต่า ในทางภาษาศาสตร์ของไทย ยังใช้เป็นพยัญชนะลำดับที่ ๒๑ โดยมักใช้เป็นตัวสะกด คือ ต.เต่า โดยเป็นตัวอักษรเสียงกลาง นอกจากนี้แล้ว เต่า ยังเป็นตัวแทนของความเชื่องช้า โง่งม จึงมีสำนวนทางภาษาในนัยเช่นนี้ เช่น โง่เง่าเต่าตุ่น เป็นต้น เต่าที่พบในประเทศไทย

(เฉพาะเต่าบกและเต่าน้ำจืด)

 ตะพาบที่พบในประเทศไทย

 อ้างอิง

  1. ^ http://www.fisheries.go.th/if-kanchanaburi/HTML/Chitra.htm ตะพาบม่านลาย

การเลี้ยงเต่าแบบผิดๆถูกๆ

อะไรคือเต่าบกกับความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับเต่า.....เต่าทุกชนิดต้องอยู่ในน้ำ เต่าบกคือเต่าที่ว่ายน้ำไม่ได้ ตลอดชีวิตของเต่าบกจะอยู่แต่บนบก ไม่สามารถว่ายน้ำได้ ไม่เหมือนเต่าน้ำและเต่าชายน้ำต่างๆที่สามารถอาศัยอยู่ทั้งบนบกและในน้ำ การทำบุญปล่อยเต่าจึงควรระวังเป็นอย่างมาก อาจได้บาปแทนบุญ ซึ่งแม้แต่เต่าน้ำและเต่าชายน้ำหลายๆชนิด ถ้าได้รับการปล่อยซึ่งไม่ถูกที่ถุกทางก็ตายได้เหมือนกัน เพราะธรรมชาติของเต่าส่วนใหญ่อาจหากินบนบกหรือในน้ำ แต่มักจะนอนบนบกหรืออาบแดดบนบก ยกเว้นเต่าทะเล ดังนั้นถ้าต้องว่ายน้ำตลอดเวลาก็เหนื่อยตายได้เหมือนกัน เช่นเดียวกันกับความเชื่อที่ว่าเต่าต้องกินผักบุ้ง เต่าหลายๆชนิดตลอดทั้งชีวิตไม่เคยกินผัก เพราะเต่าทุกชนิดไม่ได้กินผักเป็นอาหารเหมือนกันหมด เช่น เต่าน้ำหลายชนิดกินแต่กุ้งหอยปูปลา บางชนิดกินหอยตัวอย่างที่พบบ่อยในบ้านเรา คือเต่านาที่ชอบนำมาขายตามตลาดให้คนนำไปปล่อย พวกนี้กินหอยเป็นอาหารหลัก การถูกนำไปปล่อยตามวัดจึงเป็นการทำร้ายเต่าอย่างรุนแรง บ่อส่วนใหญ่ในวัดไม่มีหอยให้กินอย่างเพียงพอกับจำนวนเต่า ที่ร้ายกว่าคือ บางบ่อน้ำบางวัดไม่มีบกให้เต่าพักพิงเลย ทำให้จบชีวิตเร็วกว่าเดิม ไม่มีหน่วยราชการเข้าไปให้ความรู้กับประชาชน ไม่มีการอนุรักษ์อย่างจริงจัง ทั้งที่เต่าทุกชนิดมีกฎหมายคุ้มครอง แต่ยังขายเกลื่อนตามตลาดและหน้าวัดเกือบทุกที่ ซ้ำร้ายกฎหมายกลับย้อนมากระทบกับผู้ที่ตั้งใจอนุรักษ์เพาะพันธ์ ทำให้ไม่สามารถกระทำได้
การเลี้ยงเต่าบกในบ้านเราเริ่มมีมากขึ้นจนกลายเป็นกระแส มีการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นจำนวนมากราคามีตั้งแต่หลัก100-100,000 พิมพ์ไม่ผิดหรอก หลักแสนจริงๆ เต่าบกมีอุปนิสัยที่น่ารักไม่ก้าวร้าว สวยงาม ไม่ส่งเสียงหนวกหูโวยวาย ใช้บริเวณในการเลี้ยงไม่มาก แต่ยังขาดความเข้าใจในการเลี้ยงจนเกิดเป็นโศกนาฎกรรมขึ้นบ่อยครั้ง ดังนั้นความสำคัญที่สุดของการเลี้ยงเต่า คือ การทำความเข้าใจกับสายพันธ์ของเต่าที่เราต้องการจะเลี้ยง การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อาหารที่ถูกต้อง เพื่อให้การเลี้ยงเต่าเป็นความสุข มากกว่าความ...


เทคนิคการเลี้ยงเต่าบก (สำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัย)

การเลี้ยงเต่าเบื้องต้น
 
- มาเลี้ยงเต่ากันเถอะ

     เต่าเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่า มีอายุยืนยาวนับร้อยปี ซึ่ง ในธรรมชาติของมันนั้นมีสภาพแวดล้อมที่ เปลี่ยนแปลง อยู่ตลอดเวลา ทั้งแดดฝนและลม เต่าจึงมักหาที่หลบซ่อน ซึ่งมีมากมายในธรรมชาติ

     ดังนั้นเมื่อเรานำเต่ามาเลี้ยงควรจัดสภาพแวดล้อมต่างๆให้มีความใกล้เคียงกับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติให้มากที่สุด และให้เหมาะสมกับเต่าเพื่อที่มันจะสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมีความสุข เพราะเต่านั้นอายุยืนยาวกว่าช่วงชีวิตของคนเสียอีก ดังนั้นผู้ที่ต้องการจะเลี้ยงเต่า จึงต้องเตรียมความพร้อมและมีความเข้าใจในการเลี้ยงเสียก่อน เต่าที่พบทั่วโลกจะแบ่งเป็น กลุ่มใหญ่ๆได้เป็น 3 กลุ่ม คือเต่าทะเล, เต่าบก และเต่าน้ำจืด ซึ่งเต่าทั้งสามนี้ มีวิถีการดำรงชีวิต อาหารการกิน และแหล่งที่อยู่อาศัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ถ้าไม่เข้าใจถึงความแตกต่างนี้อาจทำให้เลี้ยงเต่าแบบผิดๆได้ ทั้งเต่าบกและเต่าน้ำจืด เป็นที่นิยมนำมาเลี้ยงเป็นงานอดิเรกในปัจจุบัน ซึ่งล้วนเป็นเต่าที่มีอายุยืนยาวกว่าร้อยปี นั่นแสดงว่าคุณจะต้องอยู่กับมันไปจนชั่วชีวิตของคุณ และอาจต้องวางแผนต่อไปว่า เมื่อคุณตายไปก่อนจะจัดการกับเจ้าเต่าน ี้อย่างไร เช่น นำไปขาย มอบให้คนรู้จัก หรือมอบให้กับหน่วยงานรัฐบาลและเอกชนที่ดูแลเรื่องสัตว์เหล่านี้ และต้องไม่ลืมว่าเต่าต่างประเทศหลายตัวไม่สามารถ ดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมของบ้านเราได้ หากคุณเบื่อและคิดที่จะนำมันไปปล่อยทิ้ง และบางชนิดอาจกลายมาเป็นเอเลี่ยนสปีชีส์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ตามมาในอนาคต หากคุณแก้ปัญหา ด้วยวิธีนี้ซึ่งไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง นอกจากนี้คุณยังต้องจ่ายค่าอาหาร,ยาและอาหารเสริม และอุปกรณ์ในการเลี้ยง

      สำหรับเต่าของคุณอีกไม่น้อย เพราะเต่าจะกินอาหารเพิ่มมาก ขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมันโตขึ้น คุณอาจตกใจเมื่อเห็นเต่าบางตัวกินผักได้เป็นกิโลๆ ส่วน ยาและอาหารเสริมอื่นๆก็มีความจำเป็นเฉกเช่น เดียวกัน คุณต้องมีเวลามากพอ สำหรับการเอาใจใส่เลี้ยงดูพวกมัน เพราะเต่าจะแข็งแรงถ้าได้ตากแดดทุกวัน ใส่ใจเรื่องสุขภาพ และต้องหมั่นทำความสะอาดเต่าและภาชนะของมันให้สะอาด อยู่เสมอ และเรื่องจุกจิกเล็กน้อยที่จะตามมา แต่การเลี้ยงเต่าก็ยังคงมีเสน่ห์สำหรับคนในบางกลุ่มอยู่นั่นเอง จำเอาไว้ว่า ถ้าคุณ รักสัตว์ของคุณคุณจะไม่รู้สึกเบื่อ หรือเหน็ดเหนื่อยกับการเลี้ยงเลย ถ้าเตรียมตัวพร้อมแล้วก็ศึกษาข้อมูลของเต่าที่ต้องการให้ดีเสียก่อน แล้วไป เลือกซื้อเต่ากันเลย

- วิธีการเลือกซื้อเต่า

     ปัจจุบันเราไม่จำเป็นต้องไปจับเต่าจากในธรรมชาติ เพราะมีขายอยู่ตามร้านขายสัตว์เลี้ยงมากมาย ทั้งเต่าไทยและเต่าจากต่างประเทศ แต่เราจำเป็นต้องมี
วิธีการเลือกซื้อเพื่อให้ได้เต่าที่สมบูรณ์แข็งแรง เพราะเต่าที่มาอยู่รวมกันมากมายนั้นยาก ที่จะแยกได้ว่าตัวไหนแข็งแรงหรือป่วย เพราะเต่าจะไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาให้เห็น เต่าที่ขายอยู่ตามร้านสัตว์เลี้ยงทั่วไปนั้น เราสามารถเลือกได้ง่ายๆ ดังนี้

1. เลือกตัวที่มีสีสันสวยงาม ลายบนกระดองต่อเนื่องกัน ไม่ขาดตอน โดยเลือกตัวที่มีลายสมบูรณ์ที่สุด
2.การเปรียบเทียบน้ำหนักเต่า โดยเลือกเต่าตัวที่ต้องการมาถือไว้ในมือ เต่าที่สุขภาพดีจะมีน้ำหนักพอสมควร อาจเปรียบเทียบกับ เต่าที่มีขนาด พอๆกันหลายๆตัว เพื่อความมั่นใจ ซึ่งตัวที่น้ำหนักเบานั้นไม่ควรซื้อ เพราะเป็นเต่าที่ไม่แข็งแรง
อาจป่วยใกล้ตาย โดย ถือเต่าไว้ในมือคนละด้าน กะน้ำหนักโดยประมาณเปรียบเทียบกัน ทำอย่างนี้กับหลายๆตัว
3. เลือกเต่าที่ไม่พิการ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง
4. เต่าที่สุขภาพดีจะมีการตอบสนอง อาจแสดงอาการขัดขืนหรือขยับแขนขาไปมา ส่วนเต่าที่อยู่นิ่งๆและไม่ค่อยขยับนั้นแสดงถึงอาการป่วย
5. ตัว และกระดองสะอาด สะอ้าน
6. ตาใสและกระดองเป็นเงางาม
7. กินอาหารเก่ง ถ้าในตอนนั้นเป็นช่วงที่เต่ากำลังกินอาหารก็สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมนี้ เพราะเต่าที่ป่วยจะไม่กินอาหาร
8. เลือกเต่าที่สุขภาพดี ไม่ป่วย อาจดูได้จากบริเวณโคนขาจะต้องไม่บวม ซึ่งเต่าที่เลี้ยงอย่างไม่ถูกสุขอนามัยมักเป็นโรคโคนขาบวม เต่าที่ขายอยู่ตามร้านนั้น อาจจะมีสุขภาพ ร่างกายไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากการขนส่ง การอยู่อย่างแออัด
และสภาพแวดล้อมต่างๆ ดังนั้นในความเป็นจริงเราอาจต้องเลือกเต่าที่ดีที่สุดในร้านนั้น

การเลี้ยงเต่าบก

     เต่าบกนั้นเป็นสัตว์ที่ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการเลี้ยงมาก สามารถเลี้ยงได้ในบ้านที่มีพื้นที่จำกัดหรือเลี้ยงใน สวนกว้าง โดยใส่ในภาชนะที่ขนาดพอประมาณและมีขอบสูงพอสมควร
กันเต่าปีนออกที่นิยมก็คือ ลังไม้ ตู้กระจก กระบะและถาดพลาสติก หรือถ้าเลี้ยงในสวนก็จะต้องมีรั้วสูงกั้นไว้ แต่ต้องระวังเต่าบางชนิดสามารถ ขุดดินมุดออกมาได้ อย่างเช่นเต่าเหลืองบ้านเรา ซึ่งในการเลี้ยงเต่าบกนี้จำเป็นต้องมีสิ่งที่จำเป็นดังต่อไปนี้

1.ต้องมีคือที่หลบซ่อนให้เต่า อาจจะเป็นกระถางต้นไม้วางตะแคงหรือกล่องกระดาษ

2.ภาชนะใส่น้ำกินสำหรับเต่า ( อาจเสริมด้วยวิตามินลงไปในน้ำด้วย แต่เต่าบกส่วนใหญ่จะกินน้ำผ่านทางอาหารที่กินเข้าไปและจะขับถ่ายลงในน้ำแทน )
มีนักลี้ยงเต่าบางท่านแนะนำว่าการวางภาชนะใส่น้ำเอาไว้อาจ ทำให้อากาศชื้นซึ่งไม่เหมาะกับเต่า

3. วัสดุที่ใช้รองพื้น อาจใช้ กรวด ทราย หรือ กระดาษหนังสือพิมพ์ปูรองก็ได้ ( ต้องระวังในการใช้กรวดปูพื้น เพราะเวลาให้อาหารเต่าอาจกินอาหารโดยมีกรวดติดเข้าไปกับอาหารด้วย )
และที่ขาดไม่ได้ก็คือหลอดไฟ ซึ่งมีทั้งที่ใช้ในช่วงกลางวันและกลางคืน เต่าบกนั้นจำเป็นต้องได้รับแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ โดยจะต้องการทั้ง uva และ uvb ซึ่งหลอดไฟที่มีทั้ง uva และ uvb นี้หาซื้อได้ตามร้านขายสัตว์เลื้อยคลานทั่วไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของเต่าด้วยว่าต้องการความร้อนและปริมาณแสงเท่าไหร่ ซึ่ง อุณหภูมิทั่วไปของเต่าบกที่ต้องการก็ไม่ต่ำกว่า 28 องศาและก็ไม่เกิน 32 องศา ต้องระวังไม่ให้อุณหภูมิสูงจนเกินไป เพราะอาจทำให้เต่าสูญเสียน้ำหรือแห้งตายได้ เพราะเต่าบางชนิดอาจไม่ต้องการแสงมากขึ้นอยู่กับแหล่งที่อยู่ของมัน เช่นในป่า ทะเลทรายหรือภูเขา จะต้องการปริมาณแสงแตกต่างกัน ทางที่ดีควรมีที่กำบังแสงให้เต่าด้วย แต่ทางที่ดีควรนำเต่าออกมาตากแดดดีกว่า เพราะไม่สิ้นเปลืองและยังมีปริมาณแสงที่พอเหมาะ โดยเฉพาะในช่วงเช้า เนื่องจากแดดไม่จัดเกินไป อาจเป็นช่วงเวลาตั้งแต่ 06.00 – 11.00 น. เพราะหลังจากนี้เต่าจะร้อนจนเกินไปและสูญเสียน้ำออกจากร่างกายได้ง่าย และการรับแดดในช่วงเช้านี้จะช่วยทำให้ การดูดซึมแคลเซียมไปใช้ประโยชน์ได้ดี ถ้าหากเต่ากินแคลเซียมที่เราให้เสริมเข้าไปโดยไม่ได้รับแสงแดดแล้ว
เต่าก็จะขับถ่ายออกมา ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ แต่ถ้าใช้หลอดยูวีแทนก็จะต้องเปิดไฟระหว่างช่วงเวลากลางวัน ส่วนในตอนกลางคืน ก็จำเป็นต้องเปิดไฟเพื่อให้ความร้อนกับเต่าเช่นเดียวกัน สามารถใช้ได้ทั้งหลอดเซรามิก ไนท์ไลท์ หรือหลอดไฟขนาด 25 วัตต์, 45 วัตต์ หรือ 75 วัตต์ก็มีคนใช้เช่นกัน ไฟที่แนะนำนี้จะช่วยให้ความร้อนกับเต่าในช่วงกลางคืนที่อุณหภูมิลดต่ำลง สำหรับหลอดเซรามิกและไนท์ไลท์เหมาะกับการให้ความร้อนกับเต่าในช่วงกลางคืน เนื่องจากไม่มีแสงไฟไปรบกวนการนอนของเต่าแต่จะมีราคาแพง ควรเลือกใช้ตามความเหมาะสม แต่ถ้าสามารถนำเต่าออกมาตากแดด
ได้ทุกวัน อาจไม่จำเป็น ซึ่งหลอดยูวีนี้ราคาค่อนข้างแพง เมื่อจัดที่อยู่ให้เต่าแล้ว ก็นำไปเลี้ยงเต่าได้ อาจเลี้ยงรวมกันหลายตัว หากไม่หนาแน่นจนเกินไป นำภาชนะไปวางในที่ปลอดโปร่งอากาศถ่ายเทสะดวก
อย่างเช่นริมหน้าต่างหรือระเบียงที่แดดส่องถึง เต่าต้องการ แสงแดดอ่อนในยามเช้า ให้อาหารในช่วงเช้า หรือเย็นเป็นประจำทุกวัน ต้องหมั่นทำความสะอาด โดยเปลี่ยนวัสดุรองและทำความสะอาดภาชนะ อยู่เสมอ ข้อควรระวังของ การเลี้ยงเต่าบกคือพื้นภาชนะต้องแห้งสนิท

      ส่วนการ ให้อาหารก็ตามแต่ชนิดของเต่า อย่างเช่น ลูกพรุนเนื่องจากมีกลิ่นหอม ผัก ผลไม้เช่น ข้าวโพด กล้วยหอม สตรอบอรี่ มะเขือเทศ ผักกาด ผักบุ้ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอาหารจำพวก ใส้เดือนหรือหนอนนกตัวใหญ่ (giant meal worm หรือ super worm) อาหารสุนัขที่นำไปแช่น้ำจนนุ่มหรืออาหารกระป๋องของสุนัข และอาหารสำเร็จรูปของเต่า อาจเสริมด้วยกระดองปลาหมึกเพื่อเพิ่มแคลเซี่ยมให้กับเต่าหรือใช้แคลเซี่ยมเม็ด ซึ่งหากเต่าเหล่านี้สามารถฝึกให้เชื่อง จนสามารถกินอาหาร จากมือคนได้ แต่ต้องอาศัยเวลา

การเลี้ยงเต่าน้ำ


         ขั้นแรกต้องเตรียมวัสดุเลี้ยงเช่นเดียวกับเต่าบกคือ ภาชนะเลี้ยง วัสดุปูพื้น นิยมใช้หิน หรือทราย ที่หลบซ่อน พรรณไม้น้ำ ก้อนหิน กรณีเลี้ยงในบ้านต้องมีหลอดไฟแบบยูวี(อัลตร้าไวโอเล็ต) เต่าน้ำส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงในบ่อน้ำบริเวณนอกบ้านเพราะเต่าน้ำโตเร็ว และมีขนาดใหญ่แต่ถ้าเลี้ยงในภาชนะก็ต้องจัดวาง ให้มีส่วน ที่เป็นน้ำ 2 ส่วน และพื้นที่แห้งอีก 1 ส่วน อาจเอียงภาชะเพื่อให้น้ำไหไปอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของภาชนะก็ได้ เต่าจะมีพื้นที่สำหรับว่ายน้ำ และอยู่บนบก ที่สำคัญต้องมีที่ไว้หลบซ่อน อาจใช้กระถางดินเผา พรรณไม้น้ำหรือก้อนหินเรียง ให้สวยงามก็ได้ วางไว้ในบ้านหรือนอกบ้านก็ได้ โดยเลือกสถานที่ปลอดโปร่งอากาศถ่ายเสะดวก ให้สามารถโดยแดดบ้าง แต่ไม่ควรโดนแดดโดยตรงเพราะน้ำในภาชนะจะร้อน เต่าอาจตายได้ ส่วนเรื่องอาหาร เต่าน้ำจะกินอาหารแตกต่างกันไปตามชนิดของมัน โดยคร่าวๆ แล้วมักกินผัก เช่นผักบุ้ง ผักกาดขาว แต่เต่านาจะกินหอย

                                                               

การแยกเพศ


          ทั้งเต่าบกและเต่าน้ำจะมีวิธีการแยกเพศคล้ายกัน คือ ในเพศผู้จะมีกระดองส่วนท้องเว้าเข้าไปด้านใน ในขณะที่ตัวเมียส่วนท้อง จะเรียบเสมอกันส่วนลักษณะ อื่นๆ อาจแยกได้ตามชนิดของเต่า เช่นในเต่าบกบางชนิดตัวเมียมีหางเล็กมีหนามแหลมสีเหลืองที่โคนขา ตัวผู้หางใหญ่และยาวกว่า แก้มมีแต้มสีแดงมีเล็บใหญ่ยาวที่เท้าหลัง เป็นต้น

edit @ 14 Mar 2009 23:01:06 by turtle